|

Heater
ฮีทเตอร์ เป็นอุปกรณ์ทำความร้อนในอุตสาหกรรม
ที่มีหลักการพื้นฐานคือ เมื่อมีกระแสไหลผ่านลวดตัวนำที่มีค่าความต้านทานสูง
ลวดตัวนำจะร้อน ดังนั้น ลวดที่ใช้ผลิตฮีทเตอร์จะต้องมีคุณสมบัติเหนียวและทนอุณหภูมิได้สูง
สำหรับลวดฮีดเตอร์ของเราเป็นลวด
Khantal
(นิกเกิ้ล : โครเมียม /
80 : 20) จากประเทศสวีเดน ทนอุณหภูมิได้ถึง 1250
°C เป็นลวดผลิตฮีทเตอร์ที่ดีที่สุดในโลก
ส่วนประกอบอื่น ๆ ในการผลิตฮีทเตอร์มีดังนี้
|
ฮีทเตอร์ถูกแบ่งออกเป็นชนิดต่าง
ๆ ตามลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน |
 |
ฮีทเตอร์แท่ง |
Cartridge Heater |
ใช้ให้ความร้อนกับวัสดุที่เป็นของแข็ง เช่น
เหล็ก และโลหะต่าง ๆ ตัวอย่างการใช้งาน เช่น งานบรรจุหีบห่อ งานขึ้นรูปพลาสติก |
 |
ฮีทเตอร์ครีบ |
Finned Heater |
ใช้ให้ความร้อนกับอากาศ
เช่น ใช้ในห้องอบแห้งในเตาอบ |
 |
ฮีทเตอร์ท่อกลม |
Tubular Heater |
ใช้ให้ความร้อนกับอากาศ ในลักษณะเดียวกันกับฮีทเตอร์ครีบ |
 |
ฮีทเตอร์จุ่ม |
Immersion Heater |
หรือบางทีเรียกว่า
ฮีทเตอร์ต้มน้ำ ใช้ให้ความร้อนกับของเหลวทุกชนิด ตัวอย่างการใช้งาน เช่น
งานต้มน้ำ ต้มน้ำมัน งานผสมสาร |
 |
บอบบิ้นฮีทเตอร์ |
Bobbin Heater |
ใช้ให้ความร้อนของเหลวเหมือน ฮีทเตอร์จุ่ม |
 |
ฮีทเตอร์อินฟราเรด |
Infrared Heater |
ใช้ให้ความร้อนกับวัตถุโดยไม่ต้องสัมผัสโดยตรง
ไม่เหมาะกับวัตถุที่มีลักษณะมันวาว เนื่องจากวัตถุมันวาวจะมีคุณสมบัติสะท้อนแสง
ทำให้ไม่สามารถดูดซับรังสีอินฟราเรดได้อย่างเต็มที่ที่ติดตั้งในเตาอบ
หรือเหนือคอนเวย์เยอร์ได้ |
 |
ฮีทเตอร์รัดท่อ |
Band Heater |
ใช้ให้ความร้อนกับของเหลวที่อยู่ในท่อ |
 |
ฮีทเตอร์แผ่น |
Strip Heater |
ใช้ให้ความร้อนโดยแนบกับวัตถุโดยตรง |
Thermocouple
เทอร์โมคัพเปิ้ล มีหลาย Type
ให้เลือก แล้วแต่ย่านุณหภูมิและลักษณะการใช้งาน
โดยความแตกต่างของแต่ละ Type
นี้เกิดจากการเลือกใช้คู่ของวัสดุ (Element) ของโลหะ
ที่จะนำมาเชื่อมเข้าด้วยกันให้แตกต่างกัน
เพราะโลหะแต่ละชนิดย่อมมีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวของมันอยู่แล้ว
เมื่อนำโลหะต่างชนิดกันมาจับคู่เชื่อมเข้าด้วยกัน จะทำให้คุณสมบัติของเทอร์โมคัปเปิ้ลที่แตกต่างกันไป
อ่านต่อ....
RTD (Resistance
Temperature Detectors)
จากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์พบว่าค่าความต้านทานของลวดโลหะจะเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิดังสมการ
dRt /
dT =
a
Ro
Rt = Ro (1 +
aT)
หรือ
Rt = ค่าความต้านทานของลวดโลหะที่อุณหภูมิ
t
°C
Ro = ค่าความต้านทานของลวดโลหะที่อุณหภูมิ
0
°C
a =
สัมประสิทธิ์ของการเปลี่ยนแปลงค่าความต้านทานไฟฟ้าต่ออุณหภูมิ
1 °C
RTD
แบบที่ใช้กันมากที่สุด คือ
Platinum100
โอห์ม (Pt100)
คือ ที่
0 °C
จะมีค่า
100
โอห์ม
และจะเปลี่ยนค่าความต้านทานโดยเฉลี่ย 0.385
โอห์มต่อ
1 °C
มีย่านอุณหภูมิใช้งานในช่วง -250
ถึง
600 °C
ในการใช้งานปกติจะมีแหล่งจ่ายกระแสคงที่ให้ RTD
อยู่สมมติเป็น
1
mA
นั่นคือ
เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนไป 1
°C
จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแรงดัน 0.385 mv
ซึ่งมากกว่าเทอร์โมคัปเปิ้ล
Type K
ถึง
10
เท่า
ทำให้มีผลกระทบจากสัญญาณรบกวนน้อยกว่าเทอร์โมคัปเปิ้ลที่สภาวะเดียวกัน
อ่านต่อ...
|